Energy Expenditure EP 3.1

สูตรการคำนวณ BMR (วิธีประมาณอัตราการเผาผลาญพื้นฐาน)


เมื่อเราเข้าใจว่า BMR (Basal Metabolic Rate) คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายต้องใช้เพื่อ “อยู่รอด” แล้ว
คำถามถัดมาคือ

เราจะรู้ค่า BMR ของตัวเองได้อย่างไร?
มีสูตรอะไรบ้าง?
อันไหนแม่นยำที่สุด?

ตอนนี้เราจะมาเจาะลึก สูตรการคำนวณ BMR แบบง่ายและถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์ พร้อมคำอธิบายว่าแต่ละสูตรต่างกันอย่างไร


ทำไมต้องคำนวณ BMR ก่อน?

เพราะ BMR เป็นพื้นฐานของการคำนวณ TDEE (Total Daily Energy Expenditure)
ซึ่งต่อไปจะใช้เพื่อวางแผนการกินและลดไขมันให้เหมาะกับร่างกายของคุณ
ถ้าคุณคำนวณผิดตั้งแต่ต้น เป้าหมายลดไขมันหรือสร้างกล้ามเนื้อก็จะผิดไปด้วย แล้วอาจเสียทั้งเวลาและพลังงาน

 


สูตรคำนวณ BMR ที่ใช้กันทั่วไป จะใช้กันอยู่ 3 สูตร

ตัวแปรที่ใช้คำนวณ
BMR
คือ อัตราการเผาผลาญพลังงานเบสอัตราการเผาผลาญพลังงานมีหน่วยเป็นกิโลแคลอรี่ (kCal)
น้ำหนักตัวใช้หน่วยเป็นกิโลกรัม (kg)
ความสูงใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร (cm)
– อายุ (ปี)
เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (%bodyfat)

1) Mifflin-St Jeor Equation

ปัจจุบันถือเป็นสูตรที่ใช้งานง่าย ใช้พารามิเตอร์เหมือนกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แม่นยำที่สุดสำหรับประชากรทั่วไป และเป็นที่ยอมรับในงานวิจัยด้านโภชนาการและการเผาผลาญพลังงานมากที่สุดสูตรหนึ่ง

สูตร:

  • ผู้ชาย:
      BMR = (10 × น้ำหนัก (kg)) + (6.25 × ส่วนสูง (cm)) − (5 × อายุ (ปี)) + 5
  • ผู้หญิง:
      BMR = (10 × น้ำหนัก (kg)) + (6.25 × ส่วนสูง (cm)) − (5 × อายุ (ปี)) − 161

สูตรนี้คำนึงถึงน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และเพศ ทำให้คำนวณค่าเผาผลาญพื้นฐานได้ใกล้เคียงกับค่าจริงมากที่สุดสำหรับคนทั่วไป


2) Harris-Benedict Equation (ฉบับปรับปรุง)

เป็น สูตรคำนวณแบบเก่า และเป็นสูตรแรกที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการคำนวณ BMR แต่ยังใช้กันแพร่หลาย โดยเฉพาะในเครื่องคำนวณออนไลน์ต่างๆ

สูตร:

  • ผู้ชาย:
      BMR = 88.362 + (13.397 × น้ำหนัก (kg)) + (4.799 × ส่วนสูง (cm)) − (5.677 × อายุ (ปี))
  • ผู้หญิง:
      BMR = 447.593 + (9.247 × น้ำหนัก (kg)) + (3.098 × ส่วนสูง (cm)) − (4.330 × อายุ (ปี))

สูตรนี้คำนึงถึงลักษณะทางกายภาพเช่นกัน แต่ในประชากรปัจจุบันมักให้ค่าประมาณที่ค่อนข้างสูงกว่า Mifflin-St Jeor เล็กน้อย


3) Katch-McArdle Equation

เป็นสูตรที่ แม่นยำที่สุดถ้าคุณรู้ % ไขมันในร่างกาย (Body Fat %) เพราะคำนวณจาก “มวลกายที่ไม่ใช่ไขมัน (Lean Body Mass)” โดยตรง 

สูตร:

  BMR = 370 + (21.6 × Lean Body Mass (kg))
  โดยที่ Lean Body Mass = น้ำหนัก × (1 − % ไขมัน)

ข้อดีคือแม่นยำกว่าเมื่อมีข้อมูล % ไขมันจริง แต่ข้อเสียคือต้องวัดเปอร์เซนไขมันก่อน จึงไม่ง่ายเท่าสูตรอื่น


สูตรไหน “ดีที่สุด”?

จากการศึกษาทางวิชาการพบว่า

  • Mifflin-St Jeor และ Henry Equation ให้ค่าประมาณ BMR ที่ใกล้เคียงกับการวัดจริงโดยตรง (indirect calorimetry) มากที่สุดในกลุ่มผู้ใหญ่ทั่วไป [1]
  • ค่า BMR ที่คำนวณจากสูตรต่าง ๆ อาจคลาดเคลื่อน ±10% เมื่อเทียบกับการวัดจริง [1]

นี่หมายความว่าถึงแม้จะมีหลายสูตร แต่สำหรับ คนทั่วไปที่ไม่อยากไปวัดในห้องแล็บ

**การใช้ Mifflin-St Jeor จะให้ค่า BMR ที่แม่นยำที่สุดสำหรับคนทั่วไปในการวางแผนโภชนาการและการลดไขมัน [1]


ตัวอย่างการคำนวณ

ถ้าคุณเป็นชายอายุ 30 ปี
น้ำหนัก 75 kg, ส่วนสูง 175 cm
สูตร Mifflin-St Jeor จะได้:

 BMR = (10 × 75) + (6.25 × 175) − (5 × 30) + 5 = 750 + 1093.75 − 150 + 5
 ≈ 1,698 แคลอรี่/วัน

นี่คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายคุณต้องใช้เพื่อ “มีชีวิตอยู่” แม้จะพักนิ่ง ๆ


 

    BMR / TDEE Calculator

    คำนวณ BMR (พลังงานพื้นฐาน) และ TDEE (พลังงานต่อวันโดยประมาณ) ด้วยสูตร Mifflin–St Jeor

    ช่วงแนะนำ: 120–230 cm
    ช่วงแนะนำ: 30–250 kg
    TDEE เป็นค่าประมาณขึ้นกับกิจกรรมจริงและองค์ประกอบร่างกาย
    ผลลัพธ์
    BMR (kcal/day)
    หมายเหตุ: เครื่องมือนี้ให้ “ค่าประมาณ” เพื่อการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

    สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับสูตร BMR

    • ข้อมูลที่ใช้จะต้องถูกต้อง

    น้ำหนัก, ส่วนสูง, อายุ และเพศเป็นตัวแปรสำคัญในการคำนวณ

    • BMR ไม่ใช่ TDEE

    หลังจากคำนวณ BMR แล้ว ยังต้องปรับตามระดับกิจกรรมเพื่อให้ได้ TDEE (Total Daily Energy Expenditure) ซึ่งจะอธิบายใน EP ถัดไป (Link TDEE)

    • ข้อมูล % ไขมันเพิ่มความแม่นยำ

    ถ้าคุณรู้ %bodyfat สูตร Katch-McArdle จะให้ค่าที่ใกล้จริงยิ่งขึ้นกว่าแค่ใช้น้ำหนักรวม แต่ทั้งนี้ต้องใช้ความชำนาญและเครื่องมือทมี่แม่นยำจึงจะสามารถประมาณค่า %bodyfat ได้อย่างถูกต้อง


    สรุป

    การคำนวณ BMR เป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนโภชนาการและเป้าหมายการลดไขมันหรือเพิ่มกล้ามเนื้อ
    โดยมีสูตรหลักที่ใช้กันทั่วไปคือ

    • Mifflin-St Jeor — สูตรที่แม่นยำสำหรับคนทั่วไป
    • Harris-Benedict — สูตรดั้งเดิม ใช้งานง่าย แต่ค่าที่ใช้ในการประมาณเยอะ 
    • Katch-McArdle — สูตรที่แม่นยำเมื่อรู้ %bodyfat 

    การเลือกสูตรขึ้นกับข้อมูลที่คุณมีและความแม่นยำที่ต้องการและสูตรพวกนี้คือก้าวแรกในการคำนวณ TDEE เพื่อให้เป้าหมายของคุณเป็นจริงต่อไป


    References

    1. Frankenfield D, Roth-Yousey L, Compher C. Comparison of predictive equations for resting metabolic rate in healthy nonobese and obese adults: a systematic review. J Am Diet Assoc. 2005 May;105(5):775-89. doi: 10.1016/j.jada.2005.02.005. PMID: 15883556.

    2. Kamel AY, Robayo L, Liang D, Rosenthal MD, Croft CA, Ghita G, Brumback B, Efron PA, Mohr A, Moore FA, Brakenridge SC. Estimated vs measured energy expenditure in ventilated surgical-trauma critically ill patients. JPEN J Parenter Enteral Nutr. 2022 Aug;46(6):1431-1440. doi: 10.1002/jpen.2314. Epub 2022 Jan 27. PMID: 34921708; PMCID: PMC12694736.

    3. Aliasgharzadeh S, Mahdavi R, Asghari Jafarabadi M, Namazi N. Comparison of Indirect Calorimetry and Predictive Equations in Estimating Resting Metabolic Rate in Underweight Females. Iran J Public Health. 2015 Jun;44(6):822-9. PMID: 26258095; PMCID: PMC4524307.

    Tagged in:

    , , ,

    About the Author

    Thanet K.

    Founder & Editor

    Certified ACE Personal Trainer B.Sc. in Medical Technology, Chiang Mai University I specialize in providing expert guidance on fitness training, nutrition, and healthy lifestyle habits. My goal is to help clients achieve their optimal health and wellness.

    View All Articles